26 พฤษภาคม 2566

ธ.ก.ส. และ GIZ ร่วมศึกษาดูงานประเทศเยอรมนีเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนากลไกการเงินสีเขียวและนวัตกรรมการเงินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน

เรื่องและภาพ นรวิชญ์ สุวรรณกาญจน์, กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร

คณะผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เดินทางศึกษาดูงานด้านการพัฒนากลไกการเงินสีเขียวและนวัตกรรมการเงินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรและการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน รวมทั้งเปิดโอกาสผู้บริหารของธ.ก.ส.ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สมาคมการเกษตร รวมถึงสถาบันการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากลไกหรือเครื่องมือทางการเงิน และรูปแบบธุรกิจการเกษตรที่ส่งเสริมความยั่งยืนทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเยอรมัน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือการรองรับความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่าเป็นการส่งเสริมให้คณะศึกษาดูงานได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนารูปแบบการเงินสีเขียว การสร้างนวัตกรรมการเงินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งสอดคล้องการนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย รวมถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม  และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ของ ธ.ก.ส. ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรในการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ทันสมัย และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรนับล้านของไทย

ตลอดสัปดาห์ คณะผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. ได้มีโอกาสพบผู้แทนของ GIZ ที่สำนักงานใหญ่ และร่วมประชุมกับสถาบันทางการเงิน ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของโลก ได้แก่ ธนาคารแห่งรัฐเฮสเซ่น-ทือริงเงิน (Helaba) ธนาคาร ชปาร์คาสเซอหรือธนาคารเพื่อการออมทรัพย์ของเยอรมัน (Sparkasse Bank) ธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรและธุรกิจเกษตรของเยอรมัน (Rentenbank) และกองทุน InsuResilience Solutions Fund (ISF) เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น สินเชื่อสีเขียวเพื่อธุรกิจการเกษตรที่ยั่งยืน สินเชื่อเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าภาคการเกษตรในพื้นที่ชนบท การออกตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) และการประกันภัยความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

ด้านการส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรมด้านการเกษตรและการอบรม คณะผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. ได้เยี่ยมชมศูนย์ส่งเสริมการวิจัยการผลิตพืชเชิงประยุกต์ โดยสมาคมการเกษตรในเยอรมัน (IPZ-DLG) สถาบันวิจัยไลบ์นิซเพื่อการเกษตรและภูมิทัศน์ (ZALF) และ สถาบันวิจัยไลบ์นิทซ์ด้านวิศวกรรมเกษตรและเศรษฐกิจชีวภาพ (ATB) คณะผู้ศึกษาดูงานมีโอกาสรับฟังข้อมูลและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดลองและวิจัย รวมถึงแลกเปลี่ยนวิธีการประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตรของไทยเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาคการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร เช่น การผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) ในการตรวจจับความสมบูรณ์ของดิน เป็นต้น ซึ่งคณะผู้บริหารของธ.ก.ส.มีความสนใจในการพัฒนาความร่วมมือกับ วิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ตซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการเงินและการบริหาร และสถาบันเพื่อพลังงานหมุนเวียน (RENAC) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลกากรของ ธ.ก.ส. ด้านการเงินสีเขียวเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในช่วงท้ายของการศึกษาดูงาน ณ กรุงเบอร์ลินคณะศึกษาดูงานพร้อมผู้แทนสถานทูตไทยประจำเยอรมนีได้เดินทางเข้าพบผู้แทนจาก กระทรวงเศรษฐกิจและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) และกองทุน Mitigation-Action Facility ในฐานะผู้ให้ทุนโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการไทย ไรซ์ นามา (Thai Rice NAMA) ในประเทศไทยด้วย และได้มีโอกาสหารือเกี่ยวกับความสำคัญของนโยบายและการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อมุ่งเน้นสู่การพัฒนามาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรับมือผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสองประเทศ

ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า “การศึกษาดูในครั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้รับองค์ความรู้หลายด้านทั้งด้านนวัตกรรมการเกษตรและการเงินสีเขียว รวมทั้งทิศทางนโยบายระหว่างประเทศที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การเงินสีเขียวของภาคเกษตร จึงเป็นทั้งเป็นโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่งของธ.ก.ส. ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาสมรรถนะบุคคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อความเสี่ยงในภาคเกษตรและการเงินการธนาคารของประเทศไทย อีกทั้งธ.ก.ส. มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรให้เข้าถึงการสนับสนุนด้านนวัตกรรมเพื่อการเกษตรสีเขียวและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อรับมือกับผลกระทบและความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ธ.ก.ส. และ GIZ จะเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรไทยสู่การเกษตรที่ยั่งยืน”

ทิม มาห์เลอร์ ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาธุรกิจและอดีตผู้อำนวยการ GIZ ประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำว่า ธ.ก.ส.และ GIZ ทำงานร่วมกันอย่างยาวนานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคการเกษตร การให้เกษตรกรได้เข้าถึงเครื่องมือทางการเงินมีความจำเป็น เพราะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมต่อไป

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

แกลอรี่ภาพ

วิดีโอ

ติดต่อเรา

  • +66 2 255 4202
  • asean-agrifood@giz.de
  • 39/1 ซอยสุขุมวิท 13, ถนนสุขุมวิท, คลองเตยเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110 ประเทศไทย

การเยี่ยมชม

  • 34
  • 9,990
  • 1,522,845

สื่อและแหล่งข้อมูล

โครงการ

การป้องกันข้อมูล

สมัครจดหมายข่าว

ติดตามเรา

  • Copyright © 2014 - 2019 | Sustainable Agrifood Systems in ASEAN
Scroll to Top