Category: ข่าว

การจัดการฟางเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการทำนาและลดโลกร้อน

เรื่อง: อภิรดี ตรีรัตน์เกื้อกูล ภาพ: ศรีจักรภัทร เฉลิมชัย กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร สิบโมงเช้าของทุกวันเป็นเวลาที่เพียงใจ แก่นอาสา และมณีรัตน์ แก่นพรม เพื่อนสนิทสมัยมัธยมของเธอ เพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจการให้อาหารวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าแห้งบริเวณที่นา 24 ไร่อำเภอสำโรง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปราว 1 ชั่วโมง ฤดูกาลทำนาปีที่ผ่านมา เพียงใจ สามารถเก็บก้อนฟางอัดได้มากกว่า 200 ก้อน ปริมาณฟางอัดก้อนที่เก็บได้สามารถนำมาเลี้ยงวัวที่ครอบครัวเธอเลี้ยงไว้ได้ตลอดทั้งปี โดยเธอจ่ายเงินค่าบริการอัดก้อนฟางเพียง 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เทียบไม่ได้เลยหากต้องไปซื้อฟางมาเลี้ยงวัวเพราะราคาจะพุ่งสูงถึง 25-30 บาทต่อก้อนเลยทีเดียว เพียงใจ แก่นอาสากำลังให้ฟางวัว ฟางเหล่านี้เก็บจากที่นาของตนเองและนำมาอัดเป็นก้อน วัวหนึ่งตัวสามารถกินฟางข้าวได้มากถึง

ประเทศไทยพัฒนาแผนงานส่งเสริมชาวนาปลูกข้าวลดโลกร้อน เร่งเปิดทางรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว

นรวิชญ์ สุวรรณกาญจน์ กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร กรมการข้าวจับมือจีไอแซดตั้งเป้าส่งเสริมการทำนา เพิ่มขีดความสามารถชาวนาไทยให้สามารถปรับตัวและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายต่อภูมิอากาศโลก  ดร. อันญ่า เอิลเบค ดร. อันญ่า เอิลเบค ผู้อํานวยการส่วนธนกิจการเกษตร กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำเทศไทย ร่วมกับกรมการข้าวพัฒนาแผนงานเพื่อการปลูกข้าวที่มีคุณสมบัติช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยให้ชาวนาสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ชื่อโครงการ “การเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Thai Rice GCF” เพื่อนำเสนอให้กับกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อให้การสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาเตรียมความพร้อมและสามารถพัฒนาวิธีการปลูกข้าวลดโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

ไทยเล็งหาพันธมิตรแหล่งทุนสีเขียวสนับสนุนการจัดการข้าวยั่งยืน

ศรีจักรภัทร เฉลิมชัย กลุ่มการเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญและหุ้นส่วนภาคการผลิตข้าว จำนวนกว่า 50 คนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุมเวทีออนไลน์ในหัวข้อ “การจัดหาเงินทุนสนับสนุนข้าวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย” (Financing Sustainable Rice in Thailand) เพื่อระดมสมอง แลกเปลี่ยนมุมมองและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนและแนวทางการพัฒนานวัตกรรม เพื่อผลักดันการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาค กิจกรรมในครั้งนี้จัดโดยโครงการริเริ่มภูมิทัศน์ข้าวอย่างยั่งยืน (Sustainable Rice Landscapes Initiative: SRLI) และแพลตฟอร์ม Just Rural Transition ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความท้าทายในห่วงโซ่อาหาร ร่วมกับสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World

เยาวชนไทยร่วมส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน

เรื่องแปล: ศรีจักรภัทร เฉลิมชัย กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยทางอาหารว; ภาพ: สรรเพชร กิจไพบูลทวี กชกร จิตโสภา และวันวิสาข์ พานิช สรรเพชร กิจไพบูลทวี เติบโตในครอบครัวชาวสวนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ครอบครัวของเขาทำสวนปาล์มร่วมกับการปลูกผักพื้นบ้านและไม้ผลพื้นเมือง การทำสวนแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลาและแรงงานจำนวนมาก สวนทางกับรายได้ที่ได้รับ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เขาตัดสินใจศึกษาต่อด้านการจัดการสวนเกษตรในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันสรรเพชร หรือโอ๊ต กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและธุรกิจเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โอ๊ตและเพื่อนนักศึกษาอีก 2 คน ได้เข้าร่วมการฝึกงานในโครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือคอฟฟี่พลัส เป็นระยะเวลา

นักวิจัยข้าวไทยพร้อมเดินหน้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่องและภาพ: โชติกา ธรรมสุวรรณ และพัชรินทร์ แซ่เฮง กลุ่มเกษตรและความปลอดภัยด้านอาหาร เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการข้าวร่วมกับโครงการความร่วมมือ ไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคเกษตรกรรม (Thai-German Climate Programme – Agriculture) จัดการฝึกอบรมออนไลน์ในหัวข้อการคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานที่เรียกว่า การตรวจวัด รายงานผล และทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification – MRV) ดร.โธมัส แยเคล ผู้เชี่ยวชาญจาก GIZ

หลักสูตร TOPSA ออนไลน์ช่วยขยายองค์ความรู้การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

เรื่องและภาพ: จันทิมา กูลกิจ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมต่าง ๆ  ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวและหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเดินหน้าการทำงานรวมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขวิถีชีวิตใหม่ และการเว้นระยะห่างทางสังคม ความก้าวหน้าเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้การเรียนออนไลน์ การทำงานจากที่บ้าน และการจัดกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ เป็นไปได้อย่าง ช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (Sustainable and Climate-Friendly Palm Oil Production and Procurement: SCPOPP) จึงได้จัดการฝึกอบรมออนไลน์ (Online Training) เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมได้เรียนรู้บทเรียนและแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืนและเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีให้กับเกษตรกรรายย่อย ตัวแทนจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

Scroll to Top