Category: ข่าว

เสียงสะท้อนจากมรกต ตอกย้ำการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ทำได้จริง

เขียนโดย : กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้จัดการโครงการ ใครหลายๆ คน อาจจะตั้งคำถามในใจว่า ทำไมเราจึงต้องร่วมกันผลักดันให้มีการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน การผลิตน้ำมันปาล์มให้เกิด “ความยั่งยืน” เป็นแนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลก และในประเทศไทยก็เช่นกัน การผลักดันเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิยาม แต่เป็นนโยบายสำคัญที่เราต้องดำเนินต่อไป และน้ำมันพืชมรกต เป็น 1 ในองค์กรที่กำลังดำเนินการในเรื่องนี้ และการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน ส่งผลดีอย่างไรวันนี้เราจะมาพูดคุยกับ คุณนุชนาถ สุขมงคล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออยส์ มรกต จำกัด มหาชน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันพืชมรกต เพื่อสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญในฐานะภาคเอกชนอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศไทย ที่ร่วมผลักดันให้สวนปาล์มของไทยได้มาตรฐาน สามารถรักษาสิ่งแวดล้อม

ความจริงอีกด้านของ ‘น้ำมันปาล์ม’

เขียนโดย: กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้จัดการโครงการ ภาพลักษณ์ของน้ำมันปาล์มในสายตาใครหลายคนนั้นไม่ต่างจาก “ผู้ร้าย” ที่บุกเข้ามาทำลายผืนป่า พรากชีวิตของสัตว์น้อยใหญ่ และบ้านของชนกลุ่มคนพื้นเมือง มิหนำซ้ำ น้ำมันปาล์มยังเป็นปัจจัยสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนปัญหามลพิษทางอากาศขั้นรุนแรง ซึ่งเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกต้นปาล์ม  ทำให้เกิดกระแสต่อต้านและการรณรงค์ให้เลิกใช้น้ำมันปาล์มขึ้น แต่รู้ไหม . . น้ำมันปาล์มและการเพาะปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นไปด้วยกันได้  สวนปาล์มในจังหวัดกระบี่ ประเทศไทย (เครดิตรูปภาพ: GIZ Thailand) กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้จัดการโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประจำประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ทำไมการผลิตน้ำมันปาล์มโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ ‘เป็นไปได้’ กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้จัดการโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประจำประเทศไทย (เครดิตรูปภาพ: GIZ Thailand)

“หลักสูตรเกษตรกรรายย่อยผลิตปาล์มน้ำมันของไทย” เครื่องมือพัฒนาเกษตรกรรายย่อยสู่ความยั่งยืน

เขียนโดย : ธิตินัย พงศ์พิริยะกิจ องค์ความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และการนำไปปรับใช้ นับเป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องการทำการเกษตร ปัจจุบันเกษตรกรยังประสบปัญหาต่างๆ เช่น ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่ำ การปฏิบัติในสวนที่ไม่ถูกวิธี การขาดข้อมูลในการตัดสินใจ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากเรื่ององค์ความรู้ ประเทศไทยเองไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเพื่อปรับปรุงหรือยกระดับการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อรองรับกับการตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่องค์ความรู้ในปัจจุบันนั้น มีข้อมูลทางวิชาการที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ไม่เป็นระบบ ส่งผลให้ผู้ทำหน้าที่ส่งเสริมองค์ความรู้ไม่มีหลักสูตรหรือชุดความรู้ที่เป็นระบบในการนำไปใช้ ส่วนเกษตรกรก็ไม่ได้รับความรู้ที่ต่อเนื่องและมองไม่เห็นประโยชน์ที่แท้จริงในการนำองค์ความรู้ไปใช้ โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นว่าการมีองค์ความรู้ที่เป็นระบบจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนและเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนหรือ RSPO ได้ ด้วยเหตุนี้ทางโครงการฯ จึงร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาหลักสูตรสำหรับเกษตรกรรายย่อยเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยผลิตปาล์มน้ำมันของไทย หรือเรียกสั้นๆ ว่า TOPSA (Thailand

การเปลี่ยนแปลงของหุบเขาแห่งกาแฟ

เขียนโดย: ชลทิพย์ กลิ่นศรีสุข “ผาเปิดใจ” ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นชินกันมากนัก แต่ถ้าเป็นเรื่องของสถานที่กางเต้นท์ หรือกิจกรรมเดินวิ่งขึ้นผาเปิดใจ อาจจะมีชื่อเสียงในหมู่ของนักท่องเที่ยวธรรมชาติ… ผาเปิดใจ  ตั้งอยู่ที่หมู่ 20 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งไม่เพียงเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของการชมพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟโรบัสต้าหนึ่งของจังหวัด ถ้าย้อนไปเมื่อประมาณ 10-20 ปีก่อน ผาเปิดใจ เป็นแหล่งที่มีการปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ากันมาก เนื่องจากสภาพอากาศ และภูมิประเทศที่เหมาะสม ทำให้กาแฟเจริญเติบโตได้ดี เมื่อถึงฤดูที่ดอกกาแฟบาน ทั้งหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยสวนกาแฟ จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหุบเขาจนเกิดเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกษตรกรหันมาให้ความสนใจกับพืชชนิดอื่นๆ ที่ให้ผลผลิตและราคาที่มากกว่าการปลูกกาแฟมากขึ้น  จากสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ปัจจัยการผลิตและแรงงาน ส่งผลให้เกษตรกรลดความนิยมในการทำสวนกาแฟลง ไถทิ้งบ้างเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนที่เป็นที่นิยมขณะนั้น  เช่น

เปิดตัวโครงการใหม่ของอาเซียน ส่งเสริมมาตรฐานด้านความยั่งยืนให้กับสินค้าเกษตร

เขียนโดย:นาตาเชีย อังศกุลชัย, ที่ปรึกษาโครงการ ในประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ การใช้มาตรฐานอาหารเพื่อควบคุมให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีการผลิตอย่างยั่งยืน ในทางปฏิบัติจริง ยังคงมีข้อจำกัด และความท้าทาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้การผลิตทางการเกษตรและการค้าของอาเซียนมีความสอดคล้องกับมาตรฐานอาหารระดับภูมิภาคและระดับสากล โครงการส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่คุณค่าในอาเซียน จึงเกิดขึ้น และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้วที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โครงการฯ ถูกดำเนินการขึ้นเพื่อสนับสนุนประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม สามารถปรับปรุงกรอบเงื่อนไขสำหรับการดำเนินมาตรฐานด้านความยั่งยืนในสินค้าเกษตรในภูมิภาคอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ 10 คนจาก 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศกัมพูชาอินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย

ชาวนาตำบลวัดดาวในชุดป้องกันสารเคมี (เครดิตรูปภาพ: GIZ Thailand)

ชาวนาสุพรรณบุรีกับการอยู่คู่สารเคมีอย่างมีความรับผิดชอบ

เขียนโดย: ปรางทอง จิตรเจริญกุล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย มีคำถามอยู่ในใจของชาวนาไทยหลายคนว่า ‘พวกเขาปลูกข้าวที่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีน้อยลงและมีชีวิตที่ปลอดภัยขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่’ ความเคยชินกับการใช้สิ่งเหล่านี้มานาน 20-30 ปี จนการลดปริมาณปุ๋ยเคมีและสารเคมีลงนั้น กลายเป็นการบั่นทอนจิตใจและความมั่นใจในการปลูกข้าวของชาวนาหลายคน ชาวนาตำบลวัดดาวในชุดป้องกันสารเคมี (เครดิตรูปภาพ: GIZ Thailand) การเดินทางลงพื้นที่ไปทำงานในตำบลวัดดาว อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2563 เพื่อถ่ายทำวิดีโอประชาสัมพันธ์โครงการข้าวริเริ่มที่ดีแห่งเอเชีย (เบรีย) – การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน หรือชื่อภาษาอังกฤษ​ Better Rice Initiative Asia –

Scroll to Top